Frequently Asked Question (FAQ)
คำถามที่พบบ่อย
หมวด : การเงินรับ
| 1 |
Q
รายได้รับล่วงหน้า มีลักษณะเช่นไร
A
รายได้รับล่วงหน้า คือ จำนวนเงินที่ได้รับเป็นค่าสินทรัพย์หรือบริการ ที่ยังไม่ได้ส่งมอบสินทรัพย์หรือบริการให้ได้ในขณะนั้น แต่จะส่งมอบให้ในอนาคต โดยจะรับรู้รายได้เป็นรายได้รับล่วงหน้าเมื่อได้รับเงินและออกใบเสร็จรับเงิน รายได้รับล่วงหน้าจึงเป็นหนี้สินหรือภาระผูกพันที่จะต้องส่งมอบสินทรัพย์ หรือให้บริการในอนาคต ซึ่งจะรับรู้รายได้รับล่วงหน้าเป็นรายได้เมื่อส่งมอบงานหรือให้บริการแล้ว
|
| 2 |
Q
การรับชำระเงินค่าลงทะเบียนโครงการฝึกอบรม ต้องรับรู้เป็นรายได้รับล่วงหน้าหรือไม่
A
การรับชำระเงินค่าลงทะเบียนโครงการฝึกอบรม แบ่งเป็น 2 กรณี กรณีที่ 1 เมื่อได้รับชำระเงินค่าลงทะเบียนโครงการฝึกอบรม ก่อนเดือนที่มีการจัดกิจกรรมโครงการฝึกอบรม ถือว่าเป็นการรับเงินรายได้รับล่วงหน้า เนื่องจากได้รับเงินก่อนจัดโครงการฝึกอมรม และทราบวันที่ในการจัดโครงการ เมื่อได้รับเงินและออกใบเสร็จรับเงินให้หน่วยงานจัดทำแบบฟอร์มที่ 1 แบบรายละเอียดการบันทึกรายได้รับล่วงหน้า ส่งพร้อมกับเอกสารการนำส่งเงิน โดยระบุเป็นทราบกรอบระยะเวลา ระบุวันที่เริ่มต้นและวันที่สิ้นสุด เป็นวันที่เริ่มจัดกิจกรรมฝึกอบรม โดยกองคลังจะบันทึกรายการรับ รายได้รับล่วงหน้า และเมื่อครบกำหนดการรับรู้เป็นรายได้กองคลังจะดำเนินการปรับปรุงบัญชีรับรู้เป็นรายได้ โดยระบบจะคำนวณให้อัตโนมัติ กรณีที่ 2 เมื่อได้รับชำระเงินค่าลงทะเบียนโครงการฝึกอบรม ภายเดือนที่มีการจัดกิจกรรมโครงการฝึกอบรม ให้รับรู้ค่าลงทะเบียนโครงการฝึกอบรม เป็นรายได้ |
| 3 |
Q
ประกาศอัตราค่าบริการแบบใดบ้างที่ต้องดำเนินการบันทึกเป็นรายได้รับล่วงหน้า การใช้บริการ 4 ครั้ง แถมฟรี 1 ครั้งเป็นรายได้รับล่วงหน้าหรือไม่
A
ประกาศอัตราค่าบริการที่ต้องดำเนินการบันทึกเป็นรายได้รับล่วงหน้า คือ รายการที่มีการเก็บเงินก่อนการใช้บริการ ตัวอย่างอัตราค่าบริการเป็นแบบรายครั้งและแบบเหมาจ่าย กรณีผู้รับบริการเลือกอัตราค่าบริการห้องออกกำลังกาย 1 ครั้ง จ่ายชำระเงิน 100 บาท และใช้บริการห้องออกกำลังกายในวันนั้นทันที ไม่เป็นรายได้รับล่วงหน้า เนื่องจากให้บริการในวันที่มีการชำระเงินเรียบร้อยแล้ว กรณีผู้รับบริกการเลือกอัตราค่าบริการห้องออกกำลังกาย 5 ครั้ง ราคา 450 บาท ซึ่งเป็นลักษณะการจ่ายก่อนที่จะใช้บริการ ณ วันที่ชำระเงินจะต้องดำเนินการออกใบเสร็จรับเงิน ยอด 450 บาท และจัดทำเอกสาร จัดทำแบบฟอร์มที่ 1 แบบรายละเอียดการบันทึกรายได้รับล่วงหน้า ด้วยจำนวนเงิน 450 บาท ส่งพร้อมกับเอกสารการนำส่งเงิน โดยระบุเป็นไม่ทราบกรอบระยะเวลา (เนื่องจากยังไม่ทราบว่าจะมาใช้บริการวันใด) กองคลังจะดำเนินการบันทึกรายการรายได้รับล่วงหน้า และจัดส่งสำเนาใบ DI ให้กับหน่วยงานพร้อมกับใบนำส่งหน่วยงานควรจัดทำทะเบียนคุมที่ระบุข้อมูลการมาใช้บริการในแต่ละครั้ง เมื่อผู้รับบริการมาใช้บริการในแต่ละครั้ง ให้หน่วยงานจัดทำแบบฟอร์มที่ 2 (กรณีไม่ทราบกรอบระยะเวลา) ด้วยจำนวนเงิน 90 บาท (450 บาท / 5 ครั้ง = 90 บาทต่อครั้ง) แนบสำเนาใบ DI ที่ได้รับจากกองคลังพร้อมหลักฐานการเข้าใช้บริการครั้งที่ 1 (ทะเบียนคุมข้อมูลการใช้บริการ) จัดส่งให้กองคลัง ภายในเดือนที่เกิดรายการ จนกว่าจะใช้บริการครบทั้ง 5 ครั้ง กรณีผู้รับบริการเลือกอัตราค่าบริการห้องออกกำลังกาย 5 ครั้ง ราคา 450 บาท และใช้บริการครั้งที่ 1 ในวันที่มีการชำระเงิน ดังนั้น ณ วันที่ชำระเงินจะต้องดำเนินการออกใบเสร็จรับเงิน ยอด 450 บาท และจัดทำแบบฟอร์มที่ 1 แบบรายละเอียดการบันทึกรายได้รับล่วงหน้า ด้วยจำนวนเงิน 360 บาท แนบทะเบียนคุมที่มีการใช้บริการครั้งที่ 1 ส่งพร้อมกับเอกสารการนำส่งเงิน โดยระบุเป็นไม่ทราบกรอบระยะเวลา (เนื่องจากมีการใช้บริการ 1 ครั้งแล้ว จึงเหลือรายการรับล่วงหน้าด้วยยอดบริการ 90 บาท x 4 ครั้ง = 360 บาท) กองคลังจะดำเนินการบันทึกรายการรายได้รับล่วงหน้า และจัดส่งสำเนาใบ DI ให้กับหน่วยงานพร้อมกับสำเนาใบนำส่ง เมื่อมีการให้บริการในครั้งถัดไปให้หน่วยงานจัดทำแบบฟอร์มที่ 2 (กรณีไม่ทราบกรอบระยะเวลา) ด้วยจำนวนเงิน 90 บาท แนบหลักฐานการเข้าใช้บริการครั้งที่ 2 (ทะเบียนคุมข้อมูลการใช้บริการ) จัดส่งให้กองคลัง ภายในเดือนที่เกิดรายการ จนกว่าจะใช้บริการครบทั้ง 4 ครั้ง ข้อเสนอแนะ ในกรณีที่มีการเก็บค่าบริการล่วงหน้าควรมีหลักเกณฑ์กำหนดระยะเวลาในการใช้บริการ เพื่อเป็นการบริหารจัดการของหน่วยงาน ให้มีการใช้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนด กรณีที่มีการกำหนดระยะเวลา และผู้รับบริการไม่ได้มาใช้บริการภายในกำหนด ให้หน่วยงานจัดทำแบบฟอร์มที่ 2 (กรณีไม่ทราบกรอบระยะเวลา) ด้วยจำนวนเงินที่คงเหลือทั้งหมด แนบหลักฐานที่แสดงว่าครบกำหนด พร้อมหลักฐานทะเบียนคุมข้อมูลการใช้บริการที่แสดงจำนวนครั้งคงเหลือที่ไม่ได้ใช้บริการ จัดส่งให้กองคลัง ภายในเดือนที่เกิดรายการ กองคลังจะดำเนินการรับรู้รายได้ส่วนที่เหลือทั้งหมดให้กับหน่วยงานต่อไป กรณีการใช้บริการเป็นรายครั้ง เมื่อใช้บริการครบ 4 ครั้ง จะสามารถใช้บริการฟรี 1 ครั้ง ให้พิจารณาการรับชำระเงินเป็นรายครั้ง ไม่ได้เป็นการรับเงินรายได้รับล่วงหน้า จึงไม่ต้องบันทึกเป็นรายได้รับล่วงหน้า ส่วนครั้งที่มีการใช้บริการฟรี ต้องบันทึกรายการเป็นส่วนลด โดยรับรู้รายได้และส่วนลดในวันที่ใช้บริการฟรี ซึ่งต้องจัดทำบันทึกข้อความขอปรับปรุงบัญชีรายการส่วนลดภายในเดือนที่เกิดรายการ พร้อมแนบเอกสารประกอบ |
| 4 |
Q
การรับเงินค่าสมัครวารสาร ค่าธรรมเนียมตีพิมพ์บทความ เป็นรายได้รับล่วงหน้าหรือไม่ และมีเกณฑ์การรับรู้อย่างไร
A
กรณีหน่วยงานมีประกาศอัตราเรียกเก็บค่าสมัครสมาชิกวารสารรายเดือน ราย 6 เดือน รายปี เมื่อรับชำระเงินค่าสมาชิกจึงถือเป็นรายได้รับล่วงหน้า เนื่องจากต้องให้บริการไปตามอายุสมาชิกนั้น หน่วยงานจะทราบระยะเวลาการให้บริการของสมาชิกรายนั้นเริ่มและสิ้นสุดเมื่อใด การออกใบเสร็จรับเงินจะดำเนินการตามปกติ ณ วันที่รับชำระเงิน หน่วยงานจัดทำแบบฟอร์มที่ 1 แบบรายละเอียดการบันทึกรายได้รับล่วงหน้า โดยระบุทราบกรอบระยะเวลาและระบุระยะเวลาวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุด ส่งเอกสารมาพร้อมกับเอกสารการนำส่งเงิน โดยระบบจะคำนวณตามวันที่เริ่มต้นและวันที่สิ้นสุดให้กับหน่วยงานโดยอัตโนมัติ กรณีหน่วยงานมีประกาศอัตราเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตีพิมพ์บทความ ให้หน่วยงานปฏิบัติตามที่ประกาศของหน่วยงานกำหนดไว้ เช่น ประกาศของหน่วยงานระบุเมื่อได้แจ้งผลการอ่านบทความไปยังเจ้าของบทความ ถือเป็นการรับเงินรายได้รับล่วงหน้า เมื่อได้รับชำระเงินหน่วยงานออกใบเสร็จรับเงิน ณ วันที่ชำระเงิน หน่วยงานจัดทำแบบฟอร์มที่ 1 แบบรายละเอียดการบันทึกรายได้รับล่วงหน้า โดยระบุไม่ทราบกรอบระยะเวลา ส่งพร้อมกับเอกสารการนำส่งเงิน กองคลังจะดำเนินการบันทึกรายการรายได้รับล่วงหน้า และจัดส่งสำเนาใบ DI ให้กับหน่วยงานพร้อมกับสำเนาใบนำส่ง และเมื่อหน่วยงานได้แจ้งผลการอ่านบทความไปยังเจ้าของบทความ ให้ส่ง แบบฟอร์มที่ 2 แบบแจ้งการรับรู้รายได้ (กรณีไม่ทราบกรอบระยะเวลา) มาที่กองคลัง พร้อมกับสำเนาใบ DI และหลักฐานการรับรู้รายได้ (วันที่แจ้งผลการอ่านบทความ/เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง) เพื่อกองคลังดำเนินการปรับปรุงบัญชีรับรู้รายได้ตามยอดเงินที่หน่วยงานแจ้ง โดยจัดส่งให้กองคลัง ภายในเดือนที่เกิดรายการ |
| 5 |
Q
เมื่อหน่วยงานมีรายได้จากแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น YouTube, Tik Tok, Facebook จัดอยู่เป็นรายได้ประเภทใด
A
จากที่หน่วยงานได้มีวัตถุประสงค์ในการประชาสัมพันธ์หน่วยงาน หรือกิจกรรมของหน่วยงาน ในแพลตพอร์มออนไลน์ต่าง ๆ และมีผู้ติดตามในจำนวนที่มากขึ้น โดยแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้มีค่าตอบแทนให้นั้น ในส่วนของรายได้ที่เกิดจากแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่มีวัตถุประสงค์จากการประชาสัมพันธ์หน่วยงาน ถือเป็นรายได้อื่น ๆ โดยรูปแบบและเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม ต้องดำเนินการในนามของหน่วยงาน ดังนั้น รายได้ที่เกิดขี้นจากแพลตฟอร์มออนไลน์ การผูกบัญชีธนาคารต้องเป็นบัญชีของหน่วยงานหรือมหาวิทยาลัย ภายใต้เงื่อนไขของแฟลตฟอร์ม
|